PloyVeeraya 🫶🏻

#พลอยเองที่เป็นเภสัชไง

“เก่งมาก ! ค่า ☺️ วันนี้พัฒนาตัวเองอีกนิดแล้วนะ”

Subscribe รับบทความใหม่ๆ ที่นี่เย้ยย 🫶🏻

🍳 จากเชฟกระทะเหล็ก สู่เจ้าของแบรนด์ Raw Mat – บทเรียนธุรกิจอาหารจาก Passion ที่ไม่หยุดลงมือทำ”

ถ้าบทความต่างๆ ของพลอยมีประโยชน์ แวะเลี้ยงกาแฟพลอยสัก 1 แก้วได้นะคะ ☕️💓 ขอบคุณที่ร่วมส่งต่อความรู้ดีๆ กันนะค้า ☺️🫶🏻

วันนี้มีโอกาสมาฟัง เชฟพฤกษ์ ในคลาส FBI ค่า 💗

พลอยติดตามตั้งแต่ Iron Chef ตอนโน้นเลย สนุกม๊ากกกก 😍

เปิดโลกให้พลอยชอบรายการทำอาหารไปเลยค่ะ เชียร์เชฟให้ชนะสุดๆ จนชนะ ดีใจไปด้วยมากๆ

เชฟพฤกษ์บอกว่า “ตัวเองเป็นส่วนเล็กๆ จิ๋วเดียวที่ล้มลุกคลุกลานมาเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ทำอาหารมา” (ไม่เล็กนะคะ เชฟดังมาก 555)

ตัวเชฟพฤกษ์เองหวังไว้ว่า “วันนึงจะเป็นคนที่ข้ามการ “เอาร่างกายเข้าแลกเพื่อให้ได้เงินมา” (สองแง่สองง่ามมาก ในห้องขำเสียงดังมาก 5555)

  • เพราะขนาดเป็นเชฟดัง “ก็ยังต้องทำงานหนัก เพื่อเสิร์ฟอาหารจานต่อจาน”
  • ดังนั้นเป้าหมายคือ “การออก product เพื่อเสิร์ฟให้ถึงทุกๆ คนได้ในมุมที่กว้างมากขึ้น”

💕 Passion – ของเชฟพฤกษ์ “คือการเปลี่ยน Hobby เป็น Obsession”

  • เชฟพฤกษ์แชร์ว่าตัวเองเหมือนเป็น OCD เลย “ทำซ้ำๆๆๆ อยู่นั่น”
  • เรียนไม่เก่งเกเร ไม่รู้จะทำอะไร “ถ้านั้นทำกับข้าวแล้วกัน 😂 ” เพราะยังไงมนุษย์ก็ยังต้องทานอาหารเป็นปัจจัย 4 อยู่ดี แค่ต้องหาให้เจอว่า “ต้องทำอะไรขายดีให้ลูกค้าสนใจ”
  • เชฟเองบอกว่าอยู่ตั้งแต่ต้นน้ำในส่วน Raw material มาจนถึง “ออกมาเป็น product เป็นจานเลย”

🍔 Food Business Mindset

วันนี้หัวข้อที่เชฟพฤกษ์จะมาเล่าจะมีตามนี้เลยค่า ค่อยๆ ไร่เลียงกันไปนะคะ

  • การเปลี่ยนจากแค่ทำอาหารไปสู่การวางระบบธุรกิจร้านอาหาร
  • Food Cost – การควบคุมต้นทุน “สำคัญมากๆ”
  • Team Player – เพราะสิ่งที่บริหารยากที่สุดคือ “คน”
  • Supply Chain – การหา Demand และเรา Serve เข้าไปให้ได้ว่าสิ่งที่จะทำออกมามีอะไรบ้าง
    • แต่ละธุรกิจ Supply Chain ก็ไม่เหมือนกัน เดี๋ยววันนี้จะได้มาลองดูรายละเอียดว่ามีตรงไหนบ้าง
  • จากเมนู Signature ไปสู่อะไรที่มากกว่าแค่ขายจานเดียว
    • เอา Passion ของเราเปลี่ยนแค่จาก 1 เมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ → ThongSmith

🐟 Raw mat เกิดมาได้ยังไง ?

  • เริ่มจาก “โอกาส” และ “Never Say no (จนกว่าลูกค้าจะปฏิเสธเรา 555)”
  • เปิดมา 8 ปีแล้ว ไม่เคยมีเงินลงทุนเลย !!
    • เริ่มจาก “เพื่อนรุ่นพี่อยากดูแลสุขภาพ บอกเชฟพฤกษ์ว่าทำปิ่นโต ให้หน่อย 555”
    • เชฟพฤกษ์บอก “โอเคเลยพี่” อุปกรณ์ทุกอย่างก็คือใช้ของแม่ 🤣
    • หลังจากนั้นก็ได้รับการบอกต่อเรื่อยๆ จากแค่วันละ 10 ก็เป็น 100
    • จากนั้นก็ค่อยๆ หมุนต่อ จนโตมาตอนนี้
  • ก่อนหน้านี้มีแค่ “ความรู้ในครัว” และ “ความรู้ในบัญชี= 0” 5555555
    • ทำไมยิ่งทำยิ่งเหนื่อยวะ 555 ทำไมเงินลดลงเรื่อยๆ
    • อ้อ ! เพราะว่าลืมบวกค่าแรง ลืมบวกค่า packaging !!
    • เจ็บวันนั้นก็เลยจำมากขึ้น
  • จากนั้นก็เลย “สร้างระบบ Delivery ของตัวเอง” ตอนนั้นยังไม่มี platform อะไร
    • เริ่มรับทำ Chef Table และต่อมาเรื่อยๆ
  • ขยายมารับ Private party และ Catering
    • ตอนนี้ได้ถึง Capacity 200 -300 คนก็ทำได้แล้ว เย่ๆ
  • พอคนสนใจเยอะมากขึ้นก็เริ่มเปิด “Workshop สอนทำอาหารซะเลย”
  • สุดท้ายคนเชื่อใจมากๆ จนทำให้เริ่มเกิดเป็น “Consulting service” ขึ้น
    • เพราะคนมาปรึกษาเชฟพฤกษ์เยอะมากเรื่องเทรนด์อาหารและอะไรต่างๆ

ย้อนกลับไปทุกอย่างมันเลยเริ่มมมจาก “ Passion “ : )


🍿 Food Cost

  • ปัจจัยหลักของร้านอาหารก็คือเรื่องนี้เลย 💓
    • ทุกร้านปกติก็จะเคลมว่า “ของเราดีที่สุด สดที่สุด”
    • แต่ในแง่ของธุรกิจเรา “ของเราต้อง ถูกที่สุด”
    • ผู้ผลิตต้องมาตีโจทย์ให้ออกว่า “จะขายของที่ ถูกที่สุด ให้ได้กำไรที่สุด”
  • “ Yield & Waste”  การจัดการของเสีย
    • Yield การคิดต้นทุนอาหารวัตถุดิบ หรือการ mark up ราคา “ก็ไม่มีสูตรตายตัว”
    • แต่สิ่งที่เรามองข้ามก็คือ “ของที่เราต้องตัดทิ้ง” เป็นราคาของต้นทุน
  • รวมถึงส่วนที่่มองไม่เห็นอื่นๆ ทั้ง
    • Overhead ของคน
    • GP จาก Platform ส่งอาหารต่างๆ

👥 Team Player

  • ร้านอาหาร = งานบริการที่เสิร์ฟทั้ง “สิ่งที่จับต้องได้” และ “สิ่งที่จับต้องไม่ได้”
    • จับต้องไม่ได้คือ [1] ความพอใจ [2] รสชาติ
  • เชฟพฤกษ์บอกว่าก่อนจะไปเรื่องอื่น ปัจจัยสำคัญมี 3 เรื่องคือ
    • [1] “คน” [2] “คน” [3] “คน” 5555555
      • ในห้อง พี่เล้ง จากไผ่ทองแชร์ว่า ลูกน้องที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ขยันมาก มาเปิดร้านให้ได้ทุกวัน 555 แต่ skill พัฒนาไปต่อไม่ได้แล้ว แต่อัพ sale ขายอย่างอื่นต่อไม่ได้
    • เชฟพฤกษ์ถามว่า “เคยเจอน้องๆ พนักงานอยู่ดีๆ จะเดินออก ก็เดินออกไหม”
      • ในห้องตอบ เคย (เสียงดัง ประสานเสียงด้วย 55TT55 ในเลข5มีน้ำตา )
    • แกแซวในห้องว่า “ถ้าใครแก้เรื่องคนได้บอกผมด้วยนะ ไปด้วยกัน 55555 ”
      • อย่างวันนี้เชฟไม่ได้อยู่ที่ร้านอย่างมาสอน FBI วันนี้ที่ร้านแทงกันแล้ว ฮาา 😂
    • เราเองในฐานะเจ้าของ ก็คาดหวังว่าเค้าจะทำงานเต็มประสิทธิภาพ
      • ในขณะที่น้องๆ ก็คิดว่า “ให้กูมาเท่านี้ ให้กูทำให้หมดเลย เป็นฮีโร่เลยหรอ 55”
    • เลยต้องพยายามหาจุดตรงกลางให้ลงตัวระหว่างภาพทั้ง 2 นี้
    • ดังนั้นร้านที่ใหญ่มากขึ้นื ก็ควรที่จะมี HR ที่เข้ามาช่วยดูตรงนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น

⛓️ Supply Chain

  • เชฟพฤกษ์บอกว่า “คำนี้ก็เป็นคำใหม่สำหรับผมเหมือนกัน 555”
    • แต่ไม่ว่าจะร้านขนาดเล็ก หรือ ใหญ่ “เราก็ทำเหมือนกัน แค่เพียงเปลี่ยน Scale”
  • ⭕️ Supplier – ตอนที่รับทำ Chef Table แบบไม่กี่ที ไปหาซื้อเนื้อ ผัก ผลไม้ ก็ไปเดินเอง ซื้อเอง หรือไปหาที่สวนเองเลย ขอดูหน้างานเลย
  • ⭕️ Negotiating Contracts and Purchasing – พอใหญ่ขึ้นมาก็เริ่มคิดว่าจะต่อรองไหม “สั่งก่อนจ่ายทีหลัง ขอ Credit ได้ไหม ?? ขอส่วนลดได้ไหม ?
  • ⭕️ Preparation (Food Safety, Workflow)
    • ปัญหาโลกแตกอีกอย่างคือ “การจัดการกับของสด” 😱 เพราะอาหาร “มันเสียได้ ใช้ไม่ได้ก็ต้องทิ้ง”
    • การจัดการที่มีระบบระเบียบ เช็คพวกนี้ทุกๆ วัน ตรงกับที่ขายไปไหม ? อะไรที่ต้องเตรียมล่วงหน้าบ้างเท่าไหร่ ?
    • ส่วนนี้ “สำคัญมากๆ” เพราะไม่ได้ “ทำอาหารแค่จานเดียว แล้วเรียกเค้ามากิน” เราต้องเตรียมไว้เยอะๆ
    • Food Safety – “ทำอาหารบางที ไม่จำเป็นต้องอร่อยที่สุด แต่สำคัญคือลูกค้าต้องกินแล้วไม่ตาย 5555 ต้องท้องไม่เสีย 😂 ”
      • หลายๆ ที่มองข้ามเรื่องนี้ พนักงานที่จับอาหาร ควบคุมสุขอนามัยส่วนตัวได้ดีแล้วมั๊ย ?
    • Workflow – ตรงนี้ก็จะ link กับการจัดการในครัว อาหารไม่กี่อย่าง เมนูไม่ยาก แต่ทำไมลูกค้าเรียกอาหารซ้ำแล้วต้องรออยู่นั่นแหละ “เพราะว่า Workflow จัดการไม่ดียังไงล่ะ !!”
      • ทิศทางของการหมุนตัว Efficient ไหม ? Action สอดคล้องกับเนื้องานที่ต้องทำรึเปล่า ?
  • ⭕️ Customer Service
    • ไม่ว่าจะทำอาหารออกมาอร่อยแค่ไหน “ถ้าไม่มีคนช่วยขาย ก็จบ” ไม่ว่าจะมีหน้าร้าน หรือไม่มีหน้าร้าน Delivery อย่างเดียวก็ตาม เพราะสิ่งนี้จะทำให้อาหารของเรา “สมบูรณ์”
      • เพราะปกติ ถ้าเร้านอร่อยเราจะไม่ Review ขอให้งง ให้ไปหากันเอาเอง
      • แต่ถ้าร้านบริการแย่ ทุกคนบนโลกนี้แม่งต้องรู้ 55555 กินปุ๊ป โทรบอกเพื่อนปั๊ป “ไม่ต้องมาแล้วนะโว้ย ร้านนี้”
    • เชฟพฤกษ์ แอบ mention Emilyไก่ฉีก (แกบอกว่าอิจฉามาก 555 ขายดีมาก)
      • แกเคยลองไปซื้อที่ร้าน pop up แล้วพบว่า “การ Grooming พนักงานไม่ธรรมดา” เหมือนเราไปซื้อของ “ร้าน michelin เลย”
        • คุณผู้ชายรับอะไรดีคะ รับ Topping ไหมคะ ทานให้อร่อยนะคะ ถ้าติดใจกลับมาที่นี่ใหม่ได้อีกนะค้า 😍 โอ้โห ประทับใจเลอ
  • สำคัญคือต้องทำให้ Exceed expectation ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “เค้าสำคัญ”
    • Raw mat ของเชฟพฤกษ์จะแยกความต้องการของลูกค้าละเอียดมาก เช่น คนนี้ไม่กินเผ็ด คนนี้ไม่เอาอันนี้
    • คำถามต่อเนื่องในการทำ Customization ว่าจะเพิ่ม hidden cost ไหม ? เชฟพฤกษ์เองมองว่าตรงนี้ cost เพิ่มมากขึ้น “แต่สิ่งนี้จะทำให้เราได้ลูกค้าที่จะกลับมา”

📣 Q & A Session ที่น่าสนใจในห้องฮะ 💓

🔵 SHIT happens everyday ในร้านอาหาร 555

  • ร้านแรกที่ได้ลงมือทำอาหารอยู่ที่ Paris 1 ดาว (จดชื่อไม่ถูกค่ะ ขออภัยด้วย 5555)
    • วันแรกมาเริ่มปุ๊ปก็คิดและ “Shit” 5555555
    • สมัยนั้นไม่มี POS ต้องใช้ลายมือ “อ่านไม่ออก” ยืนโง่เลย 5555555
  • ต่อมาก็ย้ายไปร้าน 2 ดาวต่อ
    • คืนนึงที่ใกล้จะปิดร้านแล้ว คนในร้านเริ่มคุยเล่นกันแล้ว เชฟก็ชิวเลย
    • พอออเดอร์มาว่าต้องออกโต๊ะเบอร์ 1 ทุกคนก็กระจายทำงาน พอถึงคิวเชฟพฤกษ์ “ยังไม่ได้ทำเลย กรี้ดดดด ” (นึกภาพแล้วเหวอตาม)
      • เชฟก็ต้องมาช่วยกันทำ แก้ปัญหา ไม่มีการตะโกนด่า แต่มาเรียกคุยว่า ถ้าไม่พร้อมให้เก็บของออกไปเลย เพราะมี CVอีกเป็นตั้งเลย
      • ประสบการณ์นี้ทำให้เป็น OCD จนถึงวันนี้เลย ว่าทำรึยัง ฮาาา
  • ช่วงนี้สนุกมาก เชฟ(ยืน) แชร์เรื่องตอนทำงานที่ฝรั่งเศส ต่ออย่างเมามัน
    • ร้านนี้มี 40 ที่แต่มี “เชฟแค่คนเดียว” 555 (มีคนช่วยคุมดูอยู่นะ แต่ไม่ช่วยยืนดูอย่างเดียว 555)ถ้าไม่ผ่านร้านนี้ จะเข้าไปร้านใหญ่ไม่ได้
    • แต่ร้านนี้ “เมนูเปลี่ยนทุกวัน” ยกเว้น ของหวาน (ที่ไม่เปลี่ยนเพราะเป็นสูตรของแม่เจ้าของ55)
    • พอหมดเบรคมื้อกลางวันของร้านเล็กเราเองแล้ว ต้องไปเตรียมอาหารต่อให้เชฟร้านใหญ่กิน (เหมือนหัวอยู่บนเขียงทุกวัน เชฟใหญ่ชิมตลอด 555)
  • อยู่ฝรั่งเศสอยู่ 7 ปี จากนั้นกลับมาไทยร้านแรกที่ทำคือ ร้านเดซ้องส์ บนดุสิต ธานี
    • เป็นครั้งแรกี่ได้เปลี่ยนจาก “การเป็นลูกทีม” มาเป็นคนที่ “มีเสื้อบนชื่อ” และทุกคนเริ่มเรียกว่า “เชฟ” 🥹 (ลองคิดภาพตามแล้วตอนนั้นคงต้องภูมิใจมากๆ)
  • Culture Shock ที่เจอหลังจากกลับมาเจออะไรบ้าง
    • ตอนอยู่ฝรั่งเศส ชั่วโมงการทำงานไม่ได้เป็นกฏิกาของกฏหมายแรงงาน 5555 Service สุดท้ายเสร็จตอนกว่าจะได้กลับบ้านคือเที่ยงคืน แต่ ตี 5 กลับเข้ามาเตรียมของมื้อกลางวัน

🔵 ในเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้าอยากเปิดร้านอาหารให้แข่งขันได้ ขายได้ควรจะต้องมีอะไรบ้าง ?

  • เชฟ ถอนหายใจเสียงดังมาก 😮‍💨 555555
  • บอกว่าเหนื่อยมาก ถ้าอยากมาลองปวดแสบปวดร้อนกันดู
  • สิ่งที่เชฟเชื่อว่าเป็นทางออกได้คือ “ Micro restuarant” (มี Hero menu แค่ 1 – 2 เมนู)
  • ในมุมว่า ถ้าจะเริ่มร้านอาหาร เอาแค่นี้ก่อน เอาให้เก่ง เอาให้ชำนาญ รู้ว่าถ้าอะไรกำลังจะมีปัญหา เราควบคุมได้ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือ Tonkatsu ทำอยู่แค่อย่างสองอย่าง “จะทำให้เราคุม Raw mat ลดความเสี่ยงในการเกิด waste เสียได้”

🔵 3 Food Trends ที่เชฟพฤกษ์มอง

[1] Micro restaurant – มีแค่ 1 – 2 hero menu
[2] Traditional – ต้องเรียนรู้รสชาติที่แท้จริงแล้วนำเสนออกมา
เชฟ mention “แจ่วบอง” 555 ว่านี่คือการทำอาหารแบบ Zero waste เลยนะ
[3] การผสมสานที่ไม่มีตัวกำหนด

  • ถ้าเราไม่ Traditional Autentic ไปเลยก็ต้องมาเล่นทาง Universal เอาเทคนิคโน้นนี่มาผสม เช่นพวกพาสต้าผัดขี้เมาต่างๆ

🔵 แนวที่เชฟพฤกษ์ถนัดคือแนวไหน ?

  • ถนัดอาหารฝรั่งเศสถนัดสุด!
    • ตอนนี้สิ่งที่ Enjoy มากพออาหารฝรั่งเศสคือ “ทำน้ำพริก”
    • (คิดภาพเชฟตำน้ำพริกแล้วน่ารักมากค่ะ 5555)
  • เพราะ “ขายแค่อาหารฝรั่งเศสไม่ได้” ตามหลัก Never say no ที่ mention ตอนต้นคลาสโอกาสเข้ามา ค่อยๆหาทางออก หาทางแก้ก่อน

🔵 ช่วงที่ผ่านมา Fine Dining บ่นหนักว่าเศรษฐกิจกระทบเค้ามากจริงไหม ?

  • คนบนยอดปิรามิดข้างบนก็เป็นส่วนน้อย (คนรวย) ถ้าคนข้างบนอยู่ได้ Fine Dinig ก็อยู่ได้
  • Fine dining หลายๆ ที่ก็ต้องขยับตัว คลอดลูกแบรนด์ใหม่ เพื่อรักษาแบรนด์แม่เอาไว้
    • เช่น เชฟต้น Le Du ก็เปิดแบรนด์ลูก หรือ เชฟแพมเอง

🔵 การที่มี Chef เป็นเจ้าของร้าน กับการที่ เป็นเจ้าของร้าน แต่ไม่ใช่ Chef มันแตกต่างกันไหม ?

  • ถ้าเราทำอาหารเองได้ เราได้ Free publicity ! คนจะมองเห็นเราได้ง่ายกว่า ภาพที่ออกมา เป็นเจ้าของเอง เข้าคครัว น่าจะให้ความสำคัญ ใส่ใจ

🔵 ความคาดหวังในการ Select Raw material ของเชฟมีอะไรบ้าง ?

  • 10 กว่าปีที่แล้ว ถ้าทำ Chef Table ให้ลูกค้าที่ High end จะต้องหาของที่ “แพงที่สุด import จากต่างประเทศมา”
  • แต่ตอนนี้ “หาของที่ใกล้ตัว แต่นำมาใช้เทคนิคที่ถูกต้องและดีที่สุด สำหรับวัตถุดิบนั้นๆ” จะทำให้ “มี Story ที่แข็งแรงมากกว่า”
    • เพราะ Trend ตอนนี้เวลาไปกินร้านอาหารอยากจะได้อะไรที่จับต้องได้ เช่น ไข่นี้

🔵 อะไรคือสิ่งที่เชฟตกตะกอน ส่งต่อให้เชฟรุ่นใหม่ๆ

  • ด้วยความที่เป็นอาจารย์มาก่อน “จะไม่ย้ำว่าอะไรที่เป็นจุดผิด” แต่จะสอนให้รู้ว่า “ปัญหามันจะเกิดยังไง” และสิ่งที่ถูกต้องในการจัดการควรจะทำยังไง ? ทั้ง Handling Safety Hygiene ต่างๆ
  • ต้องคอยสร้างความสนใจให้ลูกค้าตลอดเวลา

🔵 การ paring เครื่องดื่มเข้าไปในเมนู ขายเครื่องดื่มในร้านอาหารให้มากขึ้น เชฟพฤกษ์มองยังไงบ้าง

  • เครื่องดื่มสำหรับร้านอาหาร “เป็นจุดที่สร้างกำไร” แต่จะต้อง “ผูกเรื่องให้มันเข้ากัน”
  • เทรด์ที่ต้องนี้กำลังเริ่มนิยมต่างประเทศและเริ่มเข้ามาไทยแล้วคือ “Non Alcohol” (ดีเลยค่ะ พลอยชอบ 555 เรากิ
    • Gin แบบ Non alcohol ก็มี (แต่เชฟบอก แต่มันไม่อร่อยหรอก 5555)
  • แต่ในมุม “เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่ม” ควรจะเข้าไป Approach เจ้าของร้านอาหารยังไง ?
    • เชฟมองว่า “อาหารขึ้นอยู่กับการชี้นำ” ก็ต้องหา Story เช่น ใส่โน้น ใส่นี้ และถ้ากินกับเนื้อย่างอันนี้ “เข้ากันได้ดีมากเลยนะ กับเครื่องเทศที่ใส่

🔵 วิธีคิดในการสร้างสรรเมนูใหม่ๆ ของเชฟ

  • ความแตกต่าง อาจจะไม่ต้องเริ่มจากมองไปไกลๆ มองความ Comfor ของเราตัั้งก่อน ไม่ต้องฝืนมากไป
  • เพราะถ้าฝืนมากไป มันก็จะไม่ใช่ passion แล้ว

🔵 อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เชฟพฤกษ์มาเลือกเส้นทางการทำอาหาร ?

  • ตอนนั้นเป็นยุคทองของการท่องเที่ยวของประเทศไทย (แต่ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนเรียนคณะนี้)
  • ตอนเรียนไปฝึกงานตามแผนกต่างๆ พออยู่ในครัว ได้เห็นว่า. Executive chef เดินเข้ามาบรีฟงานคนในครัว inspire เลย ! เห้ย คนนี้แหละที่เราอยากเป็น !!
    • รู้สึกว่า “เค้ารู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรม แก้ปัญหาให้คนได้”

🔵 เชฟพฤกษ์อยากฝากอะไรถึงคนที่ยังอยู่ในธุรกิจ Food ตอนนี้

[1] อย่าเริ่มสงครามราคา สันติ 555555555

[2] Collaboration จะช่วยกันพาไปได้ เช่น Gin กับ ปลาดุกย่างก็อร่อยนะ (ในห้องมีพี่ทำฟาร์มปลาดุก 55)

🔵 และถ้าเพื่อนกำลังจะเริ่มร้านอาหาร “จะเบรคเพื่อนยังไงดีคะ 55555555”

  • ในห้องมีพี่ท่านนึงที่ทำร้านอาหาร success มาก ชอบมีคนมาปรึกษาว่าเปิดร้านอาหารดีไหม พี่แกก็จะแนะนำตลอดว่า อย่าเลย แต่เพื่อนก็คือไม่เชื่อ ห้ามใครไม่เคยได้เลย 55555555555
  • เชฟบอกว่า “เบรคไม่ได้หรอก ถ้าคนเค้าจะพุ่งมา 555”
    • แต่ก่อนที่จะก้าวข้ามมาเต็มตัว ทุ่มทุกอย่างเต็มตัว หวังว่าอยากเป็นแบบ Emily iberry ก็ต้องหาข้อมูลให้เยอะ Trend จะเป็นยังไง
    • สำคัญคือต้องคิดว่า “Cash flow ใน worst case scenario ขั้นต่ำ 6 เดือน มีถึงไหม??”

🔵 ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าถ้ามี 3 อย่างนี้เปิดร้านจะขายดีคือ [1] สูตรต้นตำรับ [2] มี Story ว่ามาจากไหน [3] ขาย Experience นอกจาก 3 ข้อนี้เชฟมีอะไรเสริมอีกไหม ?

  • เชฟเสริม DIY ! ไปเอง ทำเอง กินเอง ให้ Chef guide ว่าทำยังไง
    • เพราะสิ่งที่ร้านอาหารยังดึงดูดคนอยู่คือ “Atmosphere” เพราะสิ่งนี้สร้างอุปทานหมู่ได้

เย้ ใครอ่านมาจนถึงตรงนี้ก็ “เก่งมากกกก” ค่าอีกเหมือนเคย เย่ๆ

วันนี้มาเรื่อง Food แตกต่างจากหัวข้อเดิมๆ มากๆ แต่ก็เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนอีกเหมือนเคยถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในธุรกิจนี้ค่า 😊

ไว้พบกันใหม่สรุปหน้านะค้า เย้ 💗😍


ถ้าบทความต่างๆ ของพลอยมีประโยชน์ แวะเลี้ยงกาแฟพลอยสัก 1 แก้วได้นะคะ ☕️💓 ขอบคุณที่ร่วมส่งต่อความรู้ดีๆ กันนะค้า ☺️🫶🏻

Posted in

Leave a comment