เปิดเบื้องหลัง MedPark & Samsung Medical Center ออกแบบการรักษาให้ดีขึ้น ด้วย Design + AI + Empathy
Techsauce 2025 Session
โดย
🔵 พี่พราว 💖 Proud Patanavanich – Associate Chief Adminstrative Officer & Innovation Division Director MedPark Hospital
🔵 Jong Soo Choi – CTO of Samsung Medical Center
🔵 Moderator by Susie A.Ruff – Founder & Executive Advisor of RUFF & CO.
____________________________________
จริงๆ ตอนแรกลง Workshop ของ MedPark ไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแต่ว่าไม่ได้ไป เสียดายมาก !!
วันนี้เลยตั้งใจจะต้องมาฟัง Session นี้ของพี่พราวให้ได้ เย้ 💖
____________________________________
🏥 Smart Hospital และ Patient Journey ในอนาคตจะเป็นยังไงบ้าง ??
🇹🇭 [ เริ่มจากพี่ พี่พราว Medpark ก่อน]
– ตอนนี้ที่ MedPark ทำเรื่อง Service Design Driven Innovation อยู่
– เน้นเรื่อง Double Diamond Design Process 💎
– เริ่มจากเอา Problem ทั้งหมดที่มี มาหา Insight หาข้อสังเกต คุยกับ Shareholder ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
– แล้วค่อย “Define Problem” ที่ matter จริงๆ
– จากนั้นค่อยคิด Potential Solutions ที่ช่วยแก้ปัญหาที่matter นั้น
– หลังจากได้ Solution ที่ Work แล้วก็มา Test ต่อว่า “Solution ไหนที่ Matter”
– นี่คือสาเหตุที่ทำไม MedPark ต้องมี Service Design Team
💕 “Patient is not just a number ! They have their own life outside the hospital”
– พี่พราวเล่าถึง คุณยายท่านหนึ่งที่เป็นคนไข้ของ Medpark ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวที่ แกขยับได้น้อยลง และคุณหมออยากให้เข้ารับการทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วย
– แต่ว่าคุณยายคนนี้เองไม่ชอบการทำกายภาพบำบัดเลย 55 (พลอยเข้าใจค่า แง้ 🥹 )
– หลังจากนั้นทางทีมได้มาพบ insight ว่าแกปกติประชุมงานกับลูกชาย (ที่บ้านเป็นบริษัทใหญ่) ก็มักจะจดประชุมอะไรต่างๆ เป็นภาษาจีน
– แต่พอมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวต่างๆ ก็เลยทำให้เขียนภาษาจีนไม่ได้แย้ว แง้
– ดังนั้นทางทีมนักกายภาพบำบัดก็เลยพยายามสื่อสาร โดยเน้นย้ำเรื่องการกลับมาเขียนภาษาจีนของคุณยายให้ได้
– คุณยายเองก็เลยมี perception ที่เป็นบวกมากขึ้น จนตอนนี้กลับมาเขียนภาษาจีนได้แล้ว จนอยากมาโรงพยาบาลทุกวันเลย 5555เ
.
.
🤔 Why Design is SO Important ? 💫
พี่พราวเกริ่นกลับไปถึงการศึกษาเกี่ยวกับ Design ที่ค่อยๆ เริ่มมาตั้งแต่เมื่อ 100 ปีที่แล้วว่ามีผลยังไงบ้างกับ Health Outcome บ้าง
– เริ่มต้งแต่การศึกษาที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาล เทียบกันระหว่างกลุ่มที่ วิวหน้าต่างดี กับอีกกลุ่มวิวเป็นอิฐ
– มีการศึกษาเทียบเวลาในการเข้ารักษาตัวว่ากลุ่มไหนหายไวมากกว่าระหว่าง 2 กลุ่ม
– [1] คนที่ห้องพักหน้าต่างวิวดีมากๆ
– [2] คนที่ห้องพักวิวมีแต่อิฐ ปูน
– คนที่วิวดีกว่า กลับบ้านไวกว่า หายไวกว่า !!
– ดังนั้นจึงยิ่งย้ำว่า Design ที่ดีกับคนไข้มันมีผลกับ healing rate ของเค้าด้วย
– อย่างที่ MedPark มีห้องที่ Adapt ตาม Condition นั้นๆ ของคนไข้ด้วย เช่น เป็น จากห้องปกติ สามารถเปลี่ยนเป็น ICU ได้เลย
– ทำให้ไม่ต้อง transfer ลดความผิดพลาดด้านอื่นๆ และทำให้ Health outcome ดีมากขึ้น 💖
____________________________________
🔵 SMART hospital ของคุณ Choi
– Smart Hospital เป็นอะไรที่มากกว่าแค่เรื่องของ Technology !! แต่เป็นความสามารถนการ connectคนไข้แบบ realtime กับ data ต่างๆ
🤔 แล้วเราจะวัดความ “Smart นั้นยังไง ?”
– จากหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น Digital Maturity / Key KPIs เช่น Patient safetym process automation/ dealys ที่น้อยลง
– รวมไปถึง Experience และ Innovation Readiness ต่างๆ
____________________________________
🔵 เป็นไปได้มั๊ยที่ Patient journey จะทั้งไฮเทค และมี High human touch ??
พี่พราวบอกว่า “จำเป็นมาก !! ที่ทั้งจะต้องทันสมัยพร้อมกับมี high human touch”
– สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมให้มี Relationship ที่ดีกับคนไข้ด้วย (ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากๆ )
– และการที่มี Reationship ที่ดีกับคนไข้ ยิ่งส่งผลให้ Result การรักษาดีมากขึ้น !
พี่พราวถามต่อว่า “ในที่นี้ เคยมีใครโกหกหมอตัวเองบ้างไหม ?? 5555”
(พี่พราวเองก็เคยโกหกหมอเหมือนกัน “เพราะว่ากลัวจะโดนหมอ Judge เพราะว่ากินยาไม่ครบ 😆)
– และมากกว่า 50% ของคนไข้ที่ป่วยเรื้อรังมักจะกินยาไม่ได้ครบตามที่หมอสั่ง (และไม่กล้าบอกหมอด้วย)
– กลายเป็นสุดท้ายผลการรักษาก็ไม่ได้ดีขึ้นจริงๆ
– ถ้าอยากให้ Compliance ของคนไข้ดีขึ้นจะต้อง “ทำให้ความเชื่อใจระหว่างหมอกับคนไข้มากขึ้น”
– ถ้าหมอมี Empathy เยอะมากขึ้น และออกแบบการรักษาที่อาจจะตรงกับ Lifestyle ของคนไข้มากขึ้นก็จะทำให้ผลการรักษาดีมากขึ้นกว่าเดิม
____________________________________
🔵 อะไรเป็นอุปสรรคมากที่สุดในการนำ Technology มาใช้
🇰🇷 คุณ Choi แชร์ว่ามักจะเป็นเพราะปัญหาเรื่อง “คน”
– ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มี Technology ปัจจุบันมีให้เลือกเยอะมากๆ
– แต่ปัญหาที่เจอคือ “แล้วจะเอา Techonlogy” ที่มีอยู่เยอะนั้นมา Implement ยังไง ?
– บุคลากรทางการแพทย์มักจะชอบปฏิเสธการเอา Technology ใหม่ๆ เข้ามา (เพราะอาจจะยุ่งยาก)
____________________________________
🔵 SMALL change but BIG impact !
🇰🇷 คุณ Choi ยกตัวอย่างว่าบางอย่างไม่จำเป็นจะต้องลงทุนในเรื่องใหญ่มากๆ ก็ได้ แต่ก็สามารถสร้าง impactได้
– อย่างเรื่องง่ายๆ เช่น การที่คนไข้สามรถ download ประวัติการรักษาได้โดยไม่ต้องเข้าไปเอาประวัติที่โรงยาบาลและส่งไปหาประกันต่อไปได้เลย (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นประกันโดยทางรัฐบาลด้วย)
– แค่ Small thing เล็กๆ แบบนี้ก็ช่วยสร้าง BIG Impact ให้ Patient journey และกระบวนการต่างๆ ง่ายมากขึ้น
____________________________________
🤖 AI in Smart Hospital 🏥
🇹🇭 พี่พราวเปิดมาก่อนว่า
– “ AI ไม่สามารถมาแทนหมอได้ เพราะว่า AI ไม่สามารถมาทดแทน Relationship ได้”
– “ไม่มี AI ตัวไหนหรอกนะ ที่จะมาบีบมือเรา ตอนที่เรารู้ข่าวร้ายว่าผลตรวจเป็นมะเร็ง !!”
– พลอยชอบ statement นี้มากเลย เห็นภาพมากๆ ว่า Human touch กับ Emphaty เป็นอะไรที่ AI ไม่สารถมาทดแทนได้จริง !
เราจะใช้ AI เพื่อมาเพิ่ม Human Capabilites สร้างเวลาเพิ่มขึ้นในการมาสร้าง Relationship มากขึ้นต่างหาก
– เพราะไม่มีหมอหรือพยาบาลคนไหน ที่อยากมาเสียเวลานั่งทำงานเอกสาร ทุกๆ คนต่างก็อยากจะใช้เวลากับ “คนไข้” มากขึ้น ไม่ใช่กับงานเอกสาร
– คิดดูว่าใน 12 ชั่วโมง นางพยาบาล ใช้เวลากับคนไข้แค่ 1 – 2 ชั่วโมงแค่นั้น !!
– นอกจากนั้นจะต้องเดินไปเดินมา และทำเอกสาร 😕
– ดังนั้นถ้าเราเอา AI เข้ามาช่วยได้ ก็จะมาช่วยให้ประสบการณ์นี้ดีชึ้นแน่นอน
____________________________________
🔵 Skill อะไรที่ Team member จะต้องมีในการสร้าง Smart Hospital และ Patient Journey ที่ดี
– อย่างที่ Medpark มี Service Design Team ที่ช่วยออกแบบ Patient Experience เลย ดูละเอียดมากๆ แล้วค่อย Design solution ออกมา
– รวมถึงมี Researcher เฉพาะสำหรับเรื่องนี้เลยด้วย (น่าจะเป็นโรงพยาบาลเดียวที่มี)
– ทีมที่นี่เป็น Fully Agile Development team ที่สามารถตัดสินใจเองได้ (ทีมของพี่พราวคือ Run กันเองเป็นมี Full Stack Dev ด้วย)
– ซึ่ง Skill ที่พี่พราว แนะนำว่าทีมที่ดูเรื่องนี้ควรจะต้องมีก็คือ
– Curiousity + Logic + Empathy + Orgnaize + Business need + Prioritization skill
– เพราะว่าจะต้องรวบรวมinsight ทั้งหมดมาเพื่อหา solution ที่เหมาะสม
– รวมถึงต้องมี Project Management Skill ด้วย
____________________________________
🩵 ปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากให้ทุกๆ คนวันนี้ในเรื่องของ Smart Hospital และ Patient Journey
🇰🇷คุณ Choi ฝากไว้ว่า “คิดถึงมุมมองของคนไข้ให้เยอะมากขึ้น”
🇹🇭 พี่พราว ปิดท้ายว่า
– Health Care ไม่ได้จบแค่ในโรงพยาบาล อย่าลืมว่าคนไข้มีชีวิตนอกโรงพยาบาล หรือนอก Platform ของเรา เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจชีวิตของเค้า เข้าใจปัจจัยที่มีผลกับการตัดสินใจ เมื่อนั้นถึงจะสามารถช่วยเค้าพัฒนา Health Outcome ได้จริงๆ ! 🥰
____________________________________
จบไปแล้วค่าาา ใครอ่านมาจนถึงตรงนี้ก็ “เก่งม๊ากกกก ค่า” อีกเหมือนเคย
วันนี้มา Cover หัวข้อเรื่องเกี่ยวกับ Health บ้าง ซึ่งวันที่ 2 ของ Techsauce วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Health กับ Food เยอะมากๆ เลย 😍
เดี๋ยวมีอีก Session เกี่ยวกับเรื่องของ Longevity ที่น่าสนใจเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกนะค้า


Leave a comment