PloyVeeraya 🫶🏻

#พลอยเองที่เป็นเภสัชไง

“เก่งมาก ! ค่า ☺️ วันนี้พัฒนาตัวเองอีกนิดแล้วนะ”

Subscribe รับบทความใหม่ๆ ที่นี่เย้ยย 🫶🏻

💸The Rise of Annabel : From Bangkok Girl to Global Wealth Architect

เช้าตรู่วันที่ 13 พฤศจิกายน พลอยรีบตื่นมาเพื่อไปขึ้นเครื่องจากสนามบินดอนเมืองเพื่อบินไปยัง “ภูเก็ต” จังหวัดที่พลอยไม่ได้ไปมาหลายปี

จุดประสงค์ของการบินครั้งนี้ก็เพื่อมาฟังผู้หญิงคนนี้ค่ะ “พี่แอนนาเบล Annabel – Your Wealth Architect” ใน ONE CLUB – The Founders Club ที่ภูเก็ต : )

(ปกติเป็นสมาชิกใน One Club Bangkok อยู่แล้ว
ซึ่งพี่แอมมี่กับพี่แซมก็ใจดี ให้ One Club ของทุกที่สามารถไป join กันได้แบบเต็มที่ วันนี้เลยขอบินจากอ่าวไทย มาเปลี่ยนบรรยากาศที่ฟากอันดามันบ้างค่า 🌊)

ส่วนตัวพลอยประทับใจบทความและวิธีการคิดของพี่แอนนาเบลมากๆ จริงๆ แอบอินเพราะเรื่องการที่ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเอง และเส้นทางที่ไม่ธรรมดาเลย จากคนที่ไม่รู้เรื่องการเงิน จนมาเป็น Wealth Architect ในสนามระดับโลกได้

ต้องบอกว่าเป็นไอดอลเลยค่า 💓

ยิ่งตอนเจอตัวจริงๆ พลอยจะบอกว่า

“พี่แอนนาเบล แผ่พลังงานที่ดีมากๆๆๆๆๆๆ”

เหมือนเป็นการเติมพลัง เติมไฟในตัวเอง ทั้งๆ ที่พี่เค้าพูดด้วยไม่กี่คำ

วันนี้เพลินมากๆ สนุกมากๆ
เชื่อว่าอ่านกันแล้วจะได้ประโยชน์แน่ๆ ค่า : )
พร้อมแล้ว ไปกันเลยค่าาาาาาาาา

____________________________________

💃🏻 เรื่องราวของหญิงไทย ที่ได้ไปเฉิดฉายในระดับโลก

ถ้าจะให้เล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินทางจากกรุงเทพ สู่ลอนดอน ผ่านสิงคโปร์ จนไปถึงเจนีวา เมืองที่เต็มไปด้วย UN, ธงชาติ, ภาษีแพงๆ และมหาเศรษฐีระดับโลก คนๆ นั้นคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “พี่แอนนาเบล” : )
.

– พี่แอนเกิดที่กรุงเทพ แต่ด้วยความที่มีเชื้อ Persian แทรกอยู่ใน DNA ทำให้ใบหน้าคมดุจมีเลเยอร์ลึกซึ้งของสองวัฒนธรรม (ไม่แปลกใจเลยที่หน้าคมมากๆ )
– ผสมกับบุคลิกแบบหญิงไทยที่แข็งแรง อดทน และเรียนรู้ไวเหมือนสปาร์ตันยุคใหม่

– ทุกวันนี้พี่แอนอยู่เจนีวามา 8 ปี เมืองที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก
– แต่ที่นี่เป็น epicenter ของความมั่งคั่งระดับโลก !!
– และเป็นที่ที่เศรษฐีระดับ Billionaire ตั้งรกราก
– นั่นเป็นสาเหตุให้ Private Banker อย่างพี่แอนต้องมาอยู่ตรงนี้
– เพราะ banker จะอยู่ที่ไหน? แน่นอนอยู่แล้ว ก็ต้องอยู่ตรงที่ลูกค้าอยู่เท่านั้น

.

🇸🇬 “Singapore — 🇭🇰 Hong Kong — 🇨🇭Switzerland”
สามเมืองของโลกสำหรับ Private Banking จริงๆ มีแค่สามที่นี้

และใช่ค่ะทุกคน พี่แอนได้ไปเกือบครบแล้วทุกเมือง

____________________________________

💸 ทั้งๆที่ ตอนเด็กไม่ได้เรียนการเงินเลย แต่วันนี้พี่แอนกลับเป็นนักการเงินที่ “เข้าใจมนุษย์” มากที่สุด

– พื้นฐานของพี่แอนเริ่มจาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ (ไม่ได้จบ Finance เหมือนที่ใครหลายๆ คนเข้าใจ )
– ที่นั่น ไม่มีตัวเลข ไม่มี Finance ไม่มีเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง
– และไม่มีใครบอกว่าคนแบบนี้จะกลายเป็นหนึ่งใน Wealth Architect คนไทยที่เติบโตไกลที่สุดในยุโรปได้ !!!!

แต่อาจเพราะไม่ได้เรียนการเงิน พี่แอนจึง “มองคนก่อนมองเงิน”

และการสร้างความมั่งคั่งของตระกูลระดับ “ร้อยปี”
ไม่ได้เริ่มจากตัวเลข แต่มาจาก ความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์

ก่อนจะเจ๊งเพราะเงิน ทุกตระกูลมีบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ
ก่อนจะวางพอร์ต ต้องวางโครงสร้างครอบครัวก่อน
ก่อนจะสืบทอด ต้องรู้ว่าใครคือคนที่เหมาะจะสืบทอด

และนั่นคือศิลปะที่พี่แอนถนัดที่สุด 🔖

____________________________________

🇬🇧💔 จุดเปลี่ยน : ถูกบอกเลิกเพราะ “ไม่ใช่ Banker”

London คือจุดพลิกชีวิตของพี่แอน
– ตอนนั้นพี่แอนทำงานเป็น Estate Agent ขายอสังหาหรู
– ขายกันระดับปราสาท (ปราสาทจริงๆ เป็นร้อยล้านไม่ได้พูดเล่น นะคะ 555 😂)

และตอนนั้นกำลังคบกับหนุ่มหล่อระดับ JP Morgan banker ชาวอิตาเลียน 😮
ทุกอย่างก็ดูกำลังไปได้ดี…
จนวันที่เค้าบอกเลิก ด้วยเหตุผลที่ว่า

“อายที่จะพาเธอไป เพราะเธอไม่ใช่ Banker”

มันเจ็บพอที่จะจุดไฟทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง
หลังร้องไห้ไป 3 วัน วันถัด พี่แอนบอกกับตัวเองว่า

“งั้นเดี๋ยวฉันจะเป็น Banker ให้ดู” !! 🔥

_____________

เอาจริง ครั้งแรกที่ได้อ่านเรื่องนี้ มันต่างกับที่ได้มาฟังเองจริงๆ มากเลยนะคะ

พลอยเองเคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ กันมา
กว่าที่เราจะประกอบร่างสร้างตัว กอบกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้มันไม่ได้ง่ายเลย 🥹

วันนี้พลอยเห็น living example ของคนที่เคยผ่าน process เหล่านั้นมา มาพูดอยู่ข้างหน้าพลอยได้อย่างสง่างาม มันทำให้รู้สึก “โชคดี” โชคดีมากๆ ที่รักตัวเองมากพอ รักษาเนื้อรักษาตัว ให้ได้มามีโอกาสฟังพี่เค้าวันนี้ และกลับมานึกขอบคุณตัวเองที่ไม่เลือกยอมแพ้ในวันนั้นไปซะก่อน

เอาล่ะค่ะ นอกเรื่องไปไกล ขอวกกลับเข้าเรื่องพี่แอนนาเบลต่อนะคะ 😂
_____________

พี่แอนเริ่มจาก ลาออกทันที ! หลังจากคิดได้แบบนั้น

แล้วก็เริ่มอ่านหนังสือสอบ License ทุกเล่ม !

กลับไทย ไปสัมภาษณ์งานที่สถาบันใหญ่แห่งหนึ่ง
และตอบคำถามที่ว่า

“ไม่มี background finance จริงๆ เหรอ?”

ด้วยประโยคว่า “หนูไม่รู้ แต่หนูทำได้”

ประโยคนั้นเปลี่ยนชีวิตพี่แอนไปตลอดกาล
และเป็นคือจุดเริ่มต้นของ Private Banker ที่ไม่เหมือนใครในวงการของพี่แอนนาเบล !!

____________________________________

⚡️ ปีแรกของการทำงาน: ปีแห่งน้ำตาและความกดดัน

ปีแรก ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาย
ปีแรก ที่ไม่มีการสปอย
ปีแรก ไม่มีใครอุ้ม เวลาล้มหรือพลาด

ก่อนหน้านี้พี่แอนเคยคิดว่าได้เป็น Private Banker ก็จบแล้ว
“แต่จริงๆ นั่นมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น”

– พี่แอนกลายเป็นตัวตลกของออฟฟิศ เพราะไม่มีพื้นฐานการเงินเลย
– เจอทั้ง เข้าประชุมไม่รู้เรื่อง
– เจอทั้ง ที่ออกสอบ License ไม่เหมือนที่เรียน
– เจอทั้ง คำศัพท์ทุกคำเหมือนภาษาเอเลี่ยน จนฟังไม่รู้เรื่อง
– และแถมยังโดนเพื่อนร่วมงานดูถูกอย่างเปิดเผยอีก

“แต่พี่แอนไม่ยอมแพ้”

ตอนพักเที่ยง ขณะที่คนอื่นกินข้าว
พี่แอนอ่าน Finance ปี 1–4 ทุกเล่ม !!! แบบไม่มี shortcut
ทั้งความกดดัน ความมุมานะ พี่แอนค่อยๆ สร้าง foundation ของตัวเองขึ้นใหม่

ปีที่ 2 ก็เริ่มฟังรู้เรื่องมากขึ้น
ปีที่ 3 ตอนนี้ ลูกค้ารักเลยหล่ะ : )

ณ ตอนนั้น พี่แอนเริ่มเข้าใจว่า “การถูกดูถูก” จริงๆ คือเชื้อไฟชั้นดีของชีวิตนี่เอง 🔥

____________________________________

🇸🇬 จากไทย → Singapore : สู่โลกอีกใบหนึ่ง

หลังจากนั้นพี่แอนถูก headhunter ชวนไปสิงคโปร์
ซึ่งที่นั่นคือ gateway สู่โลกแห่ง ความเร็ว รุนแรง และความสามารถระดับ top 0.1% ของโลก

สิงคโปร์เต็มไปด้วยคนเก่งจากทุกๆ ประเทศ
ทั้ง จีน อินเดีย ฮ่องกง รัสเซีย ญี่ปุ่น
ทุกคนเดินทางจากทั่วโลกมาประกวดกันแบบที่เรียกว่า ไม่มีรางวัลปลอบใจ

สิ่งที่เคยรู้จากไทย “ใช้ไม่ได้เลย”
– เพราะว่าเครื่องมือทางการเงินที่ไทยตามหลังโลกอยู่ถึง 10 ปี !!
– ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด !!

แต่พี่แอนกลับเฉิดฉายในที่แบบนี้ เพราะนี่คือโลกที่ “East meets West”

ในโลกที่ คนเก่งเจอคนเก่ง และคนที่พยายามที่สุดจะรอดเสมอ 🏆

พี่แอนได้ทำงาน LGT Private Banking Singapore
– สถาบันการเงินของ Royal family แห่ง Lichtenstein
– ทำงานแบบที่มีนายเป็น Prince !! (แบบเจ้าชายจริงๆ เลยนะคะ)
– พาลูกค้าไปดูคอลเลกชันในปราสาท
– ทำให้เข้าใจวิธีคิดของเงินที่ยาวนานจนถึง 16 Generation

และที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้ว่า “ตระกูลที่รอดต่อกันมาเป็นร้อยๆ ปี” ต้องใช้วิธีอะไรบ้าง

____________________________________

🇨🇭 จาก Singapore → Switzerland: จุดสูงสุดของอาชีพ

– หลังจากนั้น Headhunter โทรมาอีกครั้ง
– คราวนี้เป็น UBS Switzerland
– ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นหัวใจของ Private Banking ระดับโลก

ตอนนั้นพี่แอน รู้เลยว่า
“ที่นี่แหละ จุดสูงสุดของสายอาชีพนี้”

.

แล้วพี่แอนก็ย้ายมา อยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะ เมืองแพงระดับโลก และมหาเศรษฐีที่ถือสินทรัพย์ระดับTop Tier ของโลก

“เจนีวา” ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก
คนรวยที่นี่ “ไม่โชว์ความรวย”
บางคนขี่จักรยานมาชิลๆ แต่จริงๆ แล้วเป็น billionaire

ที่ๆ ความหรู ไม่ได้อยู่ที่กระเป๋าที่ใช้ แต่อยู่ที่ “มารยาท”
คนที่นี่เกลียด spotlight เพราะ spotlight = การดึงภาษี

นี่คือโลกของ Old Money ที่แท้จริง
และคือโลกที่ทำให้พี่แอนขึ้นมาเป็น “Wealth Architect” แบบเต็มตัว

____________________________________

💰 Wealth Architect คืออะไร? ทำไมถึงใหญ่กว่า Financial Advisor ทั่วไปอีกหลายระดับ ?

Wealth Architect ไม่ใช่แค่คนขายกองทุน ไม่ใช่แค่ RM ที่ดูแลบัญชี
แต่เป็นคนที่ “ออกแบบชะตาทางการเงิน” ของตระกูลทั้งตระกูล

งานของพี่แอนนาเบลร่ายเรียงไปตั้งแต่
– วิเคราะห์ความเสี่ยงของทั้งครอบครัว
– เข้าใจความลับทุกชั้นของแต่ละบ้าน
– วางโครงสร้างภาษี ทรัสต์ มรดก
– ออกแบบพอร์ตให้เงินต้นไม่เคยหาย !
– รวมถึงวางระบบเพื่อให้รุ่นลูก หลาน และ เหลน “รอด”

สิ่งที่พี่แอนต้องถามมีตั้งแต่
.

“มีลูกหลานเป็น LGBTQ ไหม ?”
ถึง
“ถ้าคุณตายวันนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินของคุณ ?”
.

เพราะในโลกนี้ ทุกเรื่องคือ “ความเสี่ยง”
“ทุกพฤติกรรม” มีผลต่อเงิน
ทุกตระกูล จึงมีจุดอ่อนของตัวเอง

การจะเป็น Wealth Architect ได้แท้จริงแล้วพี่แอนจึงต้องเป็นทั้งนักการเงิน นักจิตวิทยา นักวิเคราะห์ครอบครัว เป็นสถาปนิกแห่งความมั่งคั่ง แบบ all in one

____________________________________

🏡 Family Office : ขั้นกว่าของ Private Bank

สำหรับตระกูล “ที่พอร์ตใหญ่เกินกว่า Private bank จะจัดการได้”
“Family Office” จะเข้ามาดูแลแบบ 360 องศา

(ตรงส่วนนี้ สามารถติดตามโพสต์ของพี่แอนนาเบล เรื่อง Family office ได้นะคะ เดี๋ยวพลอยแนบใน comment ให้ค่า)

🏦 Family Office นี้ประกอบไปด้วย
– CFO ส่วนตัว
– ทีมภาษี ทีมกฎหมาย
– ทีมวางโครงสร้างทรัสต์
– ผู้จัดการไลฟ์สไตล์
– Longevity Coach
– Mindfulness Coach

ซึ่งทุกคนในทีมนี้ มีKPI แค่หนึ่งอย่างเท่านั้น คือ

“ทำอย่างไร ให้ตระกูลนี้รอดอย่างยั่งยืน”

และนี่คือระบบที่ทำให้ตระกูลในยุโรปบางตระกูลอยู่มาได้ 16 Generation !
และเป็นสิ่งที่เมืองไทยเพิ่งเริ่มเข้าใจ

____________________________________

🤔 ความต่างของคนรวยไทย vs คนรวยในยุโรป

ไทย: มี Emotional Asset เยอะ ใช้ชีวิตแบบราชวงศ์ได้ด้วยเงินไม่มาก (ทั้งคนขับรถ ทั้ง personal chef เราสามารถมีมันได้หมดในราคาที่ถูกกว่าที่อื่นมากๆ )
ยุโรป: ไม่โชว์ความรวย เพราะการโชว์ = ภาษี

ไทย: ที่ดินเยอะ แต่กลายเป็นว่ามีเงินสดน้อย
ยุโรป: เงินต้องต่อเงิน

ไทย: ไม่มีระบบภาษีแบบสากล
ยุโรป: โครงสร้างชัด มั่นคง วางแผนได้

และสิ่งหนึ่งที่พี่แอนเน้นเสมอตลอดการพูดคุยเกือบ 2 ชั่วโมงนี้ก็คือ

“คนรวยต่างประเทศไม่แคร์ว่าใครจะต้องประทับใจเขา”
เพราะความแพงอยู่ที่กิริยา ไม่ใช่แบรนด์เนม

____________________________________

💰 คำแนะนำที่เฉียบที่สุดเรื่องการเงินจากพี่แอนนาเบล

– จะต้องให้เงินต้องทำงานเหมือนทหาร !
– พอร์ตต้องเซฟใน crisis (พี่แอนนาเบลใช้คำว่า “สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก” เห็นภาพมากๆ)
– พอร์ทที่ดีควรโตปีละ 7–12%
– อย่า all-in หุ้น !
– ควรมีทั้ง ทองและ crypto
– คนที่มีที่ดินเยอะ ต้องระวัง cash flow crash (หลายๆ บ้านในสมัยก่อน ที่บ้านรวยมาจากการถือที่ดินเยอะๆ รอวันขายและได้กำไร เลยทำให้ถือแต่ “ที่ดินที่ไม่สร้างรายได้”)
– Entrepreneur จะต้องระวังหนี้ เพราะหนี้คือต้นน้ำของทุกวิกฤต

____________________________________

💎 คำถามที่ลึกที่สุด: ถ้าไม่มีเรื่องเงิน ชีวิตที่สมบูรณ์คืออะไร?

พี่แอนตอบอย่างเรียบง่ายและงดงามว่า

เงินไม่ใช่เป้าหมาย เป็นแค่เป็น “เครื่องมือ” ให้เราไปสู่
อิสระ ความสงบ ความสุข และ การใช้เวลาคุณภาพกับคนที่เรารัก

คนเราทุกข์เมื่อไม่มีเงินพอ
แต่เราก็ทุกข์ได้อีกครั้งเมื่อมีเงินมากเกินไป
เพราะการบริหารเงินคือ full-time job

สุดท้ายชีวิตที่ดีอาจไม่ต้องมีหมื่นล้าน
แค่มีความสุขกับจานที่อร่อย คนที่ใช่ และมีพลังจะใช้ชีวิตไปจน 120 ปีอย่างเท่ๆ ก็พอแล้ว : )

.

และคำถามปิดจบสุดท้าย ซึ่งทุกคนในห้องเองก็อยากรู้
พี่แอนยิ้ม แล้วตอบกลับมาว่า

“ใช่… หวานใจปัจจุบันเป็นหนุ่มปารีส 🇫🇷”

____________________________________

จบไปแล้วค่าาาา กับสัมภาษณ์แบบสวยแพงจากพี่แอนนาเบล ♥️

พี่แอนจบ Session พร้อมรอยยิ้มของผู้หญิงที่เติบโต ผ่านเรื่องราวมามากพอที่จะเล่าเรื่องราวของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

Session นี้เต็มไปด้วยพลัง ความรู้ และชีวิตจริงในแบบที่หาไม่ได้จากตำราเล่มไหน

“ขอบคุณนะคะ พี่แอนนาเบล” : )
เป็นบทสนทนาที่ทั้งลึก ทั้งสนุก และทั้งงดงามมากๆ เลยค่ะ

_____________

อีกอย่างที่ประทับใจมากๆ คือ Vibe ของ One Club Phuket ดีมากๆ !
เนื่องจาก One Club เกิดที่ภูเก็ตมาก่อน สมาชิกที่ภูเก็ตตอนนี้เลยมีเยอะมากๆ !

พลอยเองไม่ได้มาภูเก็ตหลายปีมากๆ มาทีนึงก็คือมาเที่ยวแบบเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ

แต่ครั้งนี้ “เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนภูเก็ต เป็นบ้านอีกหลัง : )”
ขอบคุณพี่แอมมี่ พี่แซม ที่ช่วยทำให้น้องมีบ้าน (ที่อบอุ่น) เพิ่มนะคะ hahaha

สามารถตามอ่านบทความอื่นๆ ของพลอยได้หน้าอัลบั้ม Facebook ชื่อ “Wisdom Sharing” และ Website Ployveeraya.co นะคะ 💖

ไว้พบกันใหม่บทความหน้า : ) ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของผู้อ่านทุกท่าน สวัสดีค่ะ

#พลอยเองที่เป็นเภสัชไง #PloyLearnAndShare #ONEClub #ONEClubPhuket #ONEClubBangkok

Posted in ,

Leave a comment