PloyVeeraya 🫶🏻

#พลอยเองที่เป็นเภสัชไง

“เก่งมาก ! ค่า ☺️ วันนี้พัฒนาตัวเองอีกนิดแล้วนะ”

Subscribe รับบทความใหม่ๆ ที่นี่เย้ยย 🫶🏻

📈 อยากเป็นคนที่โตไวกว่านี้ต้องเลิกคิดว่าจะโตแบบ “เส้นตรง” ได้แล้ว

วันนี้แอบมาฟัง Session (MINI) What the duck ของพี่ทอย
(แอบจริงๆ เพราะพี่ทอยเริ่มพูดตั้งแต่ 9.30 แต่พลอยแว๊บมาตอน 11.45 แล้ว น้องขอโทษ น้องตั้งนาฬิกาผิด 😭)

ตอนแรกกะว่าจะไม่หยิบคอมขึ้นมาพิมพ์แล้วค่ะ “แต่ว่ามันอดไม่ได้ 555555555555555555555”

เลยขอหยิบบางส่วนที่พลอยชอบมาแชร์กันค่ะ  พร้อมแล้วไปกันเล้ยยย 💖

____________________________________  

คุณ Naval พูดเอาไว้ว่า

มนุษย์เราคิดว่าเราต้องเติบโตแบบ Linear Thinking (เส้นตรง)

  • การคิดว่าจะโตเส้นตรงก็คือ ยิ่งทำงานมาก ยิ่งได้มาก
  • เอาชั่วโมงเวลาของเราในชีวิตไปแลกกับเงิน

แต่ว่าโลกเราตอนนี้พัฒนาแบบ Exponential ไม่มีทางที่เราจะโตตามทันโลกได้เลย

✨ Concept Leverage ของ คุณ Naval

รายได้ไม่ควรเป็น Function ผันตรงตาม “เวลา”

รายได้ “ไม่ควรผูกติดกับเวลา” 

ระหว่างที่เรากำลังหลับอยู่เราควรจะมีคนที่จ่ายเงินให้กับ product ของเรา

เมื่อก่อนการ Leverage ในโลกจะมีไม่กี่อย่าง เงินคือ “ทุน” ของคนรวยเอาไปลงทุนที่ต่างๆ 

[1] เงิน

ยิ่งเรารวย ถ้าไปกู้ธนาคาร ก็จะได้ดอกเบี้ยราคาพิเศษไปทำอย่างอื่น ถือเป็นการทำ Leverage เหมือนกัน

[2] แรงงาน

ผู้ประกอบการเรา “ใช้เงิน leverage โดยการจ้างพนักงานมาทำงานให้”

  • เราใช้มนุษย์คนอื่น leverageให้เรา โดยที่เราไม่ต้องไปลงมือทำ เสียเวลาเอง

⭐️ เมื่อก่อนก็มีแค่ 2 อย่างนี้ แต่ตอนนี้ “มีสิ่งที่ 3 เกิดขึ้นมาก็คือ”

[3] Digital Product 💻

ใช้เวลา Build “Digital Product” ให้ของสิ่งนั้นทำงานให้เรา

เพราะ Physical Product ไม่มีทางที่เราจะไปสู้กับจีนได้ ! ยังไงเค้าก็จะผลิตถูกกว่าเรา

  • ถ้าเราใช้เวลา 3 เดือนในการ build หนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ขายได้ 300 บาท
  • ต้นทุนการผลิตสิ่งนี้คือ 0 บาท
  • เพราะตั้งแต่เราขายเล่มที่ 1 ออกไปได้ เล่มถัดๆ ไป “เราแทบไม่เสียอะไรเลย”
  • Marginal Cost ของสิ่งใหม่ “เป็น 0 บาทเลย”

ไม่ว่าจะ  1) เขียน Code 2) เขียน Content 

ซึ่งทุกคน Build digital product ได้ตั้งแต่วันนี้เลย !

และลูกค้าของเราก็จะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ 🌍

____________________________________  

มัดรวมตอนท้ายก่อนพี่ทอยจะปิด Session 

พี่ทอยบอกไว้ว่า จริงๆ ถ้าคนเคยฟัง What the duck ของปีก่อนๆ ทุกคนก็จะรู้สึกว่าเนื้อหามันวนๆ คล้ายๆ กัน

แต่ว่าเพราะจริงๆ แล้วแก่นแท้ที่พี่ทอยเห็นมันก็วนๆ อยู่แค่เรื่องพวกนี้นี่แหละ มันถึงสำคัญ 

✍🏻 ยิ่งถ้าเราเขียนได้เก่งมากเท่าไหร่ เราก็จะเป็นคนที่เก่งมากขึ้นเท่านั้น 

(เพราะเราจะจัดการความคิดตัวเอง และเป็นคนที่เก่งมากขึ้น)

👼🏻 เราควรจะอยู่ในกรอบ “แห่งความดีงาม”

ไม่ว่าจะเป็น การตื่นเช้า เขียนวันละ 2 ชั่วโมง จัด event แชร์ความรู้ดีๆ ให้กับคนอื่นๆ อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน

อิสระภาพที่แท้จริง “มาจากการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัด”

                                                    .

จงมองโลกเราเป็น Playground ⛹️‍♀️ 

บางเรื่องอาจจะไม่ถูกใจ หรือดูยาก 

แต่ถ้าเรามองว่าการใช้ชีวิตเป็น “เรื่องสนุก” การพัฒนาตัวเองต่างๆ ก็ไม่มีใครหยุดเราได้ !

“จงทำสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นงาน แต่สำหรับเราเป็นเรื่องสนุก ⭐️”

                                                    .

ทั้งหมดนี้มาจากการที่พี่ทอยได้อ่านหนังสือมาทั้งชีวิต  

การอ่านหนังสือได้ทำให้เราเหมือนมี “พันชีวิต”

โดยที่เราไม่ต้องไปใช้ชีวิตแบบนั้นเอง แต่น่าเศร้าที่คนตอนนี้อ่านหนังสือน้อยลง 😥

อย่างหนัง The Matrix ก็เหมือนชีวิตจริงของเรา 

การที่เราจะออกจาก The Matrix ที่มีความเชื่อเก่าๆ ว่าต้องทำงานจนตาย

คนที่จะอยู่รอดได้จะต้อง “คนที่กำหนดเส้นทางชีวิตตัวเองได้” 

____________________________________  

เย้ ใครอ่านมาจนถึงตรงนี้ก็ “เก่งม๊ากกก” เหมือนเคยนะค้า

วันนี้มาแบบสั้นๆ กุบกิบน่ารัก 💖

มาเป็นตัวเรา “ในเวอร์ชั่นที่เก่งขึ้น ดีขึ้น ด้วยกันไปเรื่อยๆ นะค้า”

ไว้พบกันใหม่บทความหน้านะค้า ✍🏻🥰

Posted in ,

Leave a comment